เครื่องวัดและควบคุมค่าออกซิเจนละลายในน้ำ ระบบเติมน้ำยา VS Optical เลือกลงทุนอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด?
อัพเดทล่าสุด: 11 ส.ค. 2026
43 ผู้เข้าชม

เครื่องวัดและควบคุมค่าออกซิเจนละลายในน้ำคืออะไร?
เครื่องวัดและควบคุมค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (Dissolved Oxygen Meter & Controller หรือ DO Controller) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่ทำหน้าที่ วัดปริมาณก๊าซออกซิเจนที่ละลายอยู่ในน้ำ แบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งมีระบบ สั่งการหรือควบคุม อุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบให้ทำงานอัตโนมัติ เพื่อรักษาประคองระดับออกซิเจนในน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมตลอด 24 ชั่วโมง
หลักการทำงานโดยทั่วไป
- 1. การตรวจวัด (Sensing)
- หัววัด (Probe/Electrode) ที่จุ่มอยู่ในน้ำจะทำหน้าที่เซ็นเซอร์สัญญาณ โดยปัจจุบันนิยมใช้ระบบ Optical (Fluorescence) ซึ่งทำงานโดย:
- หัววัดจะปล่อยแสงสีน้ำเงินไปกระทบกับสารเรืองแสง (Sensing Cap) ที่ปลายโพรบ
- เมื่อก๊าซออกซิเจนในน้ำวิ่งมาชนกับสารเรืองแสงนี้ จะทำให้ระยะเวลาและระดับการเรืองแสงลดลง (เรียกว่ากระบวนการ Fluorescence Quenching)
- ตัวรับสัญญาณจะวัดระยะเวลาที่แสงสะท้อนกลับมา ยิ่งมีออกซิเจนในน้ำมาก แสงจะดับไวขึ้น ซึ่งวิธีนี้แม่นยำสูงและไม่ต้องใช้สารเคมี
- 2. การประมวลผล (Processing)
- หัววัดจะส่งสัญญาณดิบ (Raw Signal) ขึ้นมายัง ตัวเครื่องควบคุม (Controller)
- สมองกลในเครื่องควบคุมจะนำค่าที่ได้ไปคำนวณร่วมกับ ค่าอุณหภูมิของน้ำ ในขณะนั้น (เพราะอุณหภูมิน้ำมีผลต่อการละลายของออกซิเจน)
- เครื่องจะแปลงผลออกมาเป็นตัวเลขดิจิทัลให้เราเห็นบนหน้าจออย่างแม่นยำ เช่น ค่ามิลลิกรัมต่อลิตร (mg/L หรือ ppm) หรือค่าเปอร์เซ็นต์ความอิ่มตัว (% Saturation)
- 3. การเปรียบเทียบค่า (Comparing)
- ภายในตัวควบคุม ผู้ใช้งานจะทำการตั้งค่า "เกณฑ์ที่ต้องการ (Set Point)" เอาไว้ล่วงหน้า
- เช่น ตั้งค่าวิกฤตขั้นต่ำไว้ที่ 4.0 mg/L และตั้งค่าอิ่มตัวไว้ที่ 6.5 mg/L
- ตัวเครื่องจะคอยเปรียบเทียบค่าที่วัดได้จริงจากในน้ำ กับเกณฑ์ที่เราตั้งไว้ตลอดเวลาแบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง
- 4. การสั่งการและควบคุม (Action/Controlling)
- เมื่อค่าไม่อยู่ในเกณฑ์ ระบบจะส่งสัญญาณผ่านรีเลย์ (Relay Switch) หรือสัญญาณอนาล็อก/ดิจิทัล (เช่น RS485 Modbus) ไปสั่งอุปกรณ์ต่อพ่วงทันที:
- เมื่อค่าน้อยกว่า 4.0 mg/L: เครื่องควบคุมจะสับสวิตช์จ่ายไฟไป เปิดเครื่องเติมอากาศ หรือกังหันตีน้ำทันทีเพื่อเพิ่มออกซิเจนก่อนที่ปลาหรือกุ้งจะน็อก
- เมื่อค่าไต่ขึ้นไปถึง 6.5 mg/L: เครื่องควบคุมจะสั่ง ปิดเครื่องเติมอากาศ ทันทีเพื่อประหยัดพลังงานเพราะน้ำมีออกซิเจนเพียงพอแล้ว
- 1. ระบบเก่า (Membrane/Electrochemical) – ต้องเติมน้ำยาอิเล็กโทรไลต์
ระบบนี้ใช้ปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้า โดยมีแผ่นเมมเบรนกั้นและต้องเติมน้ำยาเคมีด้านในเพื่อทำปฏิกิริยากับออกซิเจน
ข้อดี: ราคาตัวเครื่องและหัววัดในตอนเริ่มต้นค่อนข้างถูก สบายกระเป๋า
ข้อจำกัด:ต้องคาลิเบรต (Calibrate) บ่อยมาก (เกือบทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน) เพราะค่าน้ำยาเคมีเสื่อมสภาพเร็ว
หัววัดต้องการน้ำที่มีการไหลเวียนตลอดเวลา ถ้าน้ำนิ่งค่าจะเพี้ยนทันที
มีค่าบำรุงรักษาจุกจิก ต้องคอยเปลี่ยนแผ่นเมมเบรนและเติมน้ำยาเคมีบ่อย ๆ
เหมาะกับใคร: ผู้ที่มีงบประมาณเริ่มต้นจำกัด, งานที่ใช้วัดเป็นครั้งคราว (ไม่เปิดแช่ตลอด 24 ชม.), หรือฟาร์มขนาดเล็กที่มีคนคอยเดินดูแลเปลี่ยนน้ำยาเคมีได้บ่อย ๆ - 2. ระบบใหม่ (Optical Fluorescence) – อัจฉริยะ แม่นยำสูง
ระบบนี้ใช้แสงบลูไลต์ยิงกระทบสารเรืองแสงที่ปลายหัววัด แล้ววัดความเร็วในการดับของแสงเพื่อประมวลผลเป็นค่าออกซิเจน
ข้อดี:มีความเสถียรสูงมาก: ไม่ต้องคาลิเบรตบ่อย (ปีละ 1-2 ครั้งก็เพียงพอ) ค่าไม่แกว่งง่าย
ทนทานสูง: ไม่มีระบบเมมเบรนให้ฉีกขาด และไม่ต้องเติมน้ำยาเคมีใด ๆ ตลอดอายุการใช้งาน
วัดน้ำนิ่งได้ดี: หัววัดทำงานได้สมบูรณ์แบบแม้ในน้ำที่ไม่มีการไหลเวียน
ประหยัดระยะยาว: แทบไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงในการซ่อมบำรุง
ข้อจำกัด: ราคาตัวเครื่องและหัววัดในตอนเริ่มต้นจะสูงกว่าระบบเคมี
เหมาะกับใคร: ฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำความหนาแน่นสูง (สมาร์ทฟาร์ม), บ่อเลี้ยงกุ้ง/ปลาเชิงพาณิชย์, โรงงานอุตสาหกรรม, และระบบบำบัดน้ำเสียที่ต้องการเปิดระบบทิ้งไว้เพื่อควบคุมเครื่องเติมอากาศอัตโนมัติตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่มีเวลามาคอยเปลี่ยนน้ำยาเคมีบ่อย ๆ

ข้อดีของการใช้เครื่องวัดและควบคุมค่าออกซิเจนละลายในน้ำ
- 1. ป้องกันพืชช็อกแดดและใบไหม้ได้อย่างทันท่วงที (ลดความเสี่ยงผักตาย)
- เตือนก่อนผักเฉา: โรงเรือนพลาสติกจะกักเก็บความร้อนสะสมได้ไวมาก ถ้าเราไม่รู้ตัวปล่อยให้ร้อนจัด พืชจะช็อก หยุดสังเคราะห์แสง และเหี่ยวตายคามือ เซ็นเซอร์ตัวนี้จะคอยส่งตัวเลขเตือนเราทันทีก่อนที่ความร้อนจะพุ่งถึงจุดอันตรายครับ
- 2. ช่วยให้ผลผลิตได้เกรด A รสชาติดี น้ำหนักได้มาตรฐาน (เพิ่มรายได้)
- รสชาติไม่เพี้ยน: พืชราคาแพง เช่น ผักสลัด เมลอน หรือสตอเบอรี่ อ่อนไหวต่อความร้อนสูงมาก ถ้าคุมอุณหภูมิให้อยู่ในเกณฑ์ที่ชอบได้ตลอดวัน ผักสลัดจะไม่ขม เมลอนจะหวานฉ่ำ และผลผลิตจะมีขนาดสม่ำเสมอ ขายได้ราคาพรีเมียมแน่นอน
- 3. เป็น "ตา" คอยสั่งงานระบบอัตโนมัติได้อย่างแม่นยำ (ทุ่นแรง 100%)
- เปิด-ปิดพัดลมตามจริง: เมื่อต่อเข้ากับระบบสมาร์ทฟาร์ม (RS485 Modbus) มันจะทำหน้าที่คอยบอกกล่องควบคุมให้สั่งเปิดพัดลมดูดอากาศ หรือระบบพ่นหมอกได้เองทันทีเมื่อห้องร้อน และจะสั่งปิดเองเมื่ออากาศเย็นลง ไม่ต้องคอยเดินมาเปิด-ปิดสวิตช์เองให้เหนื่อยอีกต่อไป
- 4. ประหยัดค่าไฟค่าน้ำ ไม่เปิดระบบทิ้งขว้าง
- ทำงานเฉพาะตอนที่ร้อนจริง: ถ้าเราตั้งเวลาเปิดพัดลมทิ้งไว้เฉยๆ บางวันฝนตกอากาศเย็นพัดลมก็ทำงานฟรีเปลืองค่าไฟ แต่พอมีเซ็นเซอร์ตัวนี้ ระบบจะทำงานเฉพาะตอนที่อุณหภูมิพุ่งสูงเกินเกณฑ์เท่านั้น ช่วยเซฟค่าไฟค่าน้ำในสวนไปได้เยอะมากครับ
- 5. นั่งทำงานประจำหรืออยู่ต่างจังหวัดก็คุมสวนได้สบายใจ
- ดูค่าผ่านมือถือได้: ข้อมูลจากเซ็นเซอร์สามารถยิงขึ้นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้เลย ทำให้คุณสามารถเช็กสภาพอากาศในโรงเรือนได้จากทุกที่ทุกเวลา ไม่ต้องคอยห่วงหน้าพะวงหลังเวลาต้องเดินทางไกล
สรุป
เครื่องวัดและควบคุมค่าออกซิเจนละลายในน้ำ (DO Controller) คือ อุปกรณ์อัจฉริยะแบบ 2-in-1 ที่ทำหน้าที่ "ตรวจวัด" ปริมาณออกซิเจนในน้ำแบบเรียลไทม์ ควบคู่กับการ "สั่งการ" อุปกรณ์เติมอากาศอัตโนมัติ เพื่อประคองคุณภาพน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมตลอด 24 ชั่วโมง
บทความที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนการสุ่มตรวจค่าน้ำด้วยมือที่ทั้งเสียเวลาและคลาดเคลื่อน ให้เป็นระบบออโตเมชันที่แม่นยำระดับทศนิยม ด้วยชุดเครื่องมือวัดเกรดอุตสาหกรรมที่ช่วยให้โรงงานของคุณประหยัดค่าน้ำยาปรับกรด-ด่างลงได้ทันที 20-30%!
13 ก.ค. 2026
หมดปัญหาสัญญาณเพี้ยน ค่าวัดแกว่ง หรือสายส่งข้อมูลยาวไม่พอ ด้วยโซลูชันการตรวจวัดอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อระบบบำบัดน้ำเสีย งานอุตสาหกรรมเคมี และระบบสมาร์ทฟาร์มขนาดใหญ่โดยเฉพาะ!
13 ก.ค. 2026
ล็อกค่าน้ำให้เป๊ะตามสั่งด้วยชุดเครื่องวัดและควบคุมค่า pH ครบวงจร (หัววัด + จอคอนโทรลเลอร์) ตัวช่วยเพิ่มความเสถียรและปราบสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าในระบบน้ำอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ
13 ก.ค. 2026


